kusoldharmphuket
Facebook    Webmail     

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ประวัติเทพเจ้าองค์โป๊ยจุนเชี้ยฮุด

อริยประวัติองค์ฮ้อเอียฮุ้งเซี้ยโจ้ว ตอน หงส์คู่เฝ้าตะวัน

วันที่ 2011-10-06 11:08:20


หงส์คู่เฝ้าตะวัน มีเรื่องเล่าสืบต่อ ๆ กันมาว่า ขณะที่เซี้ยโจ้วอยู่ที่แต้จิ๋วนั้น ชอบเที่ยวชมป่าเขาและธารน้ำวันหนึ่งเดินมาถึงป่าเขาเขาแห่งหนึ่ง หูก็ได้ยินเสียงประทัดดังขึ้น จึงเดินไปยังจุดที่เกิดเสียงปะทัดนั้น ก็แลเห็นผู้คนกำลังจัดงานฉลองฮวงซุ้ยที่เพิ่งสร้างเสร็จทั้งยังจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารด้วยตอนนั้นเซี้ยโจ้วท้องกำลังหิวใจก็คิดว่าในป่าเขาเช่นนี้จะหาอาหารรับประทานคงลำบาก เข้าไปร่วมรับประมานกับพวกเขาด้วยคงไม่น่าเป็นไร ว่าแล้วก็เขียนอักษรคำว่า “ไฟ” ลงบนป้ายหินและเขียนคำกลอนไว้สองข้างว่า ที่หงส์คู่เฝ้าตะวัน ได้มานั้นคงไม่ง่าย แต่กลับต้องเป็นผลร้าย จงล้มป้ายโดยเร็วพลัน แล้วลงชื่อ ซัวยิ้ง (คนภูเขา) เขียนเสร็จก็จากไปโดยไม่ล่ำลา เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยามคนใช้บ้านเจ้าของฮวงจุ้ยก็รีบรุดมาแจ้งนายของเขาว่าที่บ้านถูกไฟไหม้ไปหมดทั้งหลังแล้ว ยามนั้นเจ้าของฮวงจุ้ยจึงฉุกคิดถึงความหมายของบทกลอนที่ชายแปลกหน้าได้เขียนไว้ จึงรีบสั่งให้รื้อป้ายหินลงทันที ญาติที่มาร่วมงานมีคนจำได้ว่าชายแปลกหน้าผู้นั้น คือ ซักบ้อเซียน จนบัดนี้ฮวงซุ้ยนั้น ก็ยังไม่ได้ตั้งป้ายหิน และลูกหลานของเจ้าของฮวงซุ้ยก็เจริญรุ่งเรืองตลอดมา มีฐานะดีกว่าคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน ลูกหลานยังได้จารึกแผ่นหินสรรเสริญคุณความดีของ เซี้ยโจ้ว ไว้อีกด้วย ในบั้นปลายชีวิตของ เซี้ยโจ้ว ได้มาพำนัอยู่กับตระกูลโล้ว หมู่บ้านห่งกั้ง ตำบลกุ้ยสือ อำเภอเตี่ยเอี๊ย แม่เฒ่าตระกูลโล้ว ได้ให้การดูแลเอาใจใส่ เซี้ยโจ้ว เป็นอย่างดี ทำให้เซี้ยโจ้ว รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจมาก กาลเวลาได้ผ่านไประยะหนึ่งในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส เซี้ยโจ้ว ได้ถอดเสื้อคลุมออกพาดไว้ตากแดด แต่หารู้ไม่ว่าในขณะที่นอนหลับอยู่นั้น ท่านแม่เฒ่าผู้เป็นเจ้าของบ้านเห็นว่าเสื้อคลุมของ เซี้ยโจ้ว ทั้งสกปรกทั้งเหม็นมีเหาเต็มไปหมด ด้วยความหวังดีคิดจะซักให้ จึงนำน้ำร้อนมาสาดใส่ ทันใดนั้น เซี้ยโจ้ว ก็สะดุ้งตื่นพร้อมส่งเสียงร้องว่า “ชีวิตข้าจบสิ้นแล้ว” เพราะตอนที่ราดน้ำร้อนลงไปบนเสื้อคลุม ตัวเหาถูกน้ำร้อนลวกตายหมด และตัวของเซี้ยโจ้วเอง ก็มีลักษณะคล้ายถูกน้ำร้อนลวกด้วยเช่นกัน นับเป็นปรากฏการณ์ที่อัศจรรย์ยิ่ง สมคำที่ร่ำลือกันว่า ตัวเหาที่แท้คือองครักษ์ประจำกายของเซี้ยโจ้ว ท่านรู้ตัวเองดีว่า มิอาจหลีกพ้นชะตากรรมครั้งนี้ได้ จึงได้สั่งครอบครัวตระกูลโล้วว่า “เมื่อข้าจบชีวิตลงให้จัดการฝังศพข้าไว้บนเนินสูงริมธารน้ำห่งกั้ง ซึ่งเป็น อั๊วะกูตี่ อันเป็นชัยภูมิที่เป็นเนินเหมือนหลังเต่าที่มีชีวิต จัดเป็นทำเลที่เป็นมงคลยิ่งแท่นศิลาจารึกให้เขียนไว้ว่า สุสานแห่งเทพภูมิทัศน์ซักบ้อเซียน” ตามที่เล่าขานสืบต่อกันมา ตอนที่เซี้ยโจ้วใกล้จะจบชีวิตลงนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของท่านแม่เฒ่าตระกูลโล้ว เซี้ยโจ้วได้เอ่ยถามท่านแม่เฒ่าว่าต้องการได้อะไรจากข้าบ้าง อาทิเช่นน้ำมันงาเติมตะเกียงสัก 3 เต้า หรือต้องการให้มีกุลสตรีในตระกูลที่เป็นยอดหญิงที่เก่งกาจ หรือต้องการให้ลูกหลานมีตำแหน่งใหญ่โตในราชสำนัก 18 สมัยก็บอกมา แต่แม่เฒ่าถือวาจาสัตย์ของเซี้ยโจ้วเหมือนเป็นการพูดหยอกล้อเล่น จึงทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจคำประกาศิตของเซี้ยโจ้ว ตอนหลังแม่เฒ่าได้ตอบว่า คนบ้านนอกคอกนา เป็นชาวนาชาวไร่ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน มีทำมีกินไปวัน ๆ ก็พอใจแล้วล่ะ ณ ริมแม่น้ำเหลียงกัง ทางด้านนอกประตูทิศใต้ (หน่ำมึ้ง) หมู่บ้านห่งกั้ง ตำบลกุ้ยสือ อำเภอเตี่ยเอี้ย มีสุสานโบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือสุสานขององค์ฮ้อเอี้ยฮุ้ง เซี้ยโจ้ว มีแท่นศิลาจารึกไว้ว่า “สุสานที่กำเนิดเทพเจ้าซักบ้อเซียน” “บูรณปฏิสังขรณ์ในปีรัชกาลกวงสูที่ 13” “ตระกูลโล้วเจ้าของห่งกั้งผู้สร้าง” นับจากรัชสมัยราชวงศ์หมิงจนถึงปัจจุบัน สุสานแห่งนี้มีอายุยาวนานถึง 600 กว่าปี สถานที่แห่งนี้เป็นเนินมีลักษณะเหมือนเต่าที่มีชีวิต ด้านหนึ่งติดริมแม่น้ำ สายน้ำสะท้อนประกายดั่งคลื่นสีหยก น้ำในคลองไหลวน แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไหลต่อเนื่องไม่ขาดสาย ในช่วงที่เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ในรอบ 70 ปี ซึ่งไม่ค่อยปรากฏภัยแล้งเช่นนี้มาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ก้นแม่น้ำเหลียงกังแห้งขอดจนกลายเป็นทางเดินม้า แต่สระด้านหน้าสุสานกลับมีน้ำลึก 3 เมตากว่า น้ำในสระทั้งใสและหวานชื่นยามใดที่แม่น้ำเหลียงกังขาดแคลนไม่อาจใช้เป็นแหล่งน้ำได้ สระน้ำแห่งนี้สามารถหล่อเลี้ยงชาวบ้านบ้านใกล้เรือนเคียงได้ถึง 3 ตระกูล คือ ตระกูลแพ้ ตระกูลเบ๊ และตระกูลโล้ว หงส์เหิรบินข้ามคลองสายน้ำไหลผ่านทั้งทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ตลอดไปยังแดนไกล หงส์แจ่มจรัสร่องรอยโบราณแห่งเทพเจ้าซักบ้อเซียน กลายเป็นตำนานเล่าขานและสรรเสริญสืบต่อกันมาตราบชั่วกาลนาน




ที่มา : มูลนิธิพุทธธรรมเพื่อการสงเคราะห์ เขตราชเทวี

- ข่าวประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิ
- ข่าวอุบัติเหตุจราจร
- กิจกรรมฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยและอาสาสมัคร
- เหตุพบผู้เสียชีวิตและเหตุอื่น ๆ
- ยานพาหนะประจำมูลนิธิ
- ประวัติเทพเจ้าองค์โป๊ยจุนเชี้ยฮุด
- ยานพาหนะอาสาสมัครมูลนิธิ(น.เขต) และรถสนับสนุน
- อุปกรณ์กู้ชีพ-กู้ภัยของมูลนิธิ
- กิจกรรมฝ่ายพิธีกรรม
- สรุปการปฏิบัติงานในแต่ละเดือน
- กิจกรรมสนับสนุนและช่วยเหลือสังคม
- ผู้อยู่ในอุปถัมภ์ของมูลนิธิ 21 ราย
 
   
ทั้งหมด
พิธีกรรมฉลองวันเกิดพระตังลิ้วฮุดกุน วันที่ 18 กรกฏาคม 2559

ร่วมสังเกตการณ์ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินแบบบางส่วน ท่าอากาศยานภูเก็ต (Partial Emergency Exercise) ประจำปี 2559

พิธีฝังศพ ณ สุสานเขารัง วันที่ 13-07-59

 
พิธีกรรม
 
 
 
   
     มูลนิธิกุศลกรรมภูเก็ต
             34 ถนนพูนผล ซอย 9 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
     โทรศัพท์: +66 (0) 7621 1706, +66 (0) 7635 5330
             โทรสาร: +66 (0) 7635 5304
     อีเมลล์: kusoltam_pk@hotmail.com
     เว็บไซต์: www.kusoldharmphuket.com

Copyright © 2011- 2014 มูลนิธิกุศลกรรมภูเก็ต สงวนลิขสิทธิ์.
ออกแบบและพัฒนาโดย Viewshop-asia.com



ดูผ่านคอมพิวเตอร์ คลิก
ดูผ่านมือถือ คลิก